skip to contents.

เจโทร กรุงเทพฯ

กิจกรรมของเจโทร

4 การร่วมลงทุนโดยตรงระหว่างไทยและญี่ปุ่น

เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการลงทุนโดยตรงของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs)
สำนักงานกรุงเทพได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโดยตรงในประเทศไทย ซึ่งจะรวมถึง
ความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทญี่ปุ่นและไทยด้วย

นอกจากนี้เจโทรจัดสัมมนาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะการลงทุนในประเทศไทยรวมถึงการพิจารณากฎหมาย
นิติบุคคลและแรงงานแห่งประเทศไทยด้วย

ที่สำคัญ เจโทรได้จัดให้มีที่ปรึกษาการลงทุนอาวุโสมาตั้งแต่ปี 2539 เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการร่วมลงทุน
และการร่วมมือกับหุ้นส่วนญี่ปุ่นในด้านเทคโนโลยี นอกจากการตอบข้อซักถามในแต่ละวันแล้ว
ที่ปรึกษายังได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่บริษัทท้องถิ่นรวมทั้งบริษัทสาขาญี่ปุ่นด้วย

นอกจากนี้ เจโทรได้เริ่มดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการลงทุนต่างประเทศของเจโทร
(JETRO Overseas Investment Cooperation) เพื่อส่งเสริมการลงทุนโดยตรงและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการนี้ สำนักงานกรุงเทพได้ให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่บริษัทญี่ปุ่นที่สนใจ
จะลงทุนในประเทศไทย ส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือนี้รวมถึงการช่วยเหลือบริษัทดังกล่าวในการทำการศึกษา
และสำรวจเชิงวิชาการซึ่งจะให้ข้อมูลที่มีคุณค่าต่อธุรกิจเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนที่เป็นไปได้




นอกจากนี้เจโทรจัดสัมมนาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะการลงทุนในประเทศไทยรวมถึงการพิจารณา
กฎหมายนิติบุคคลและแรงงานแห่งประเทศไทยด้วย
ที่สำคัญ เจโทรได้จัดให้มีที่ปรึกษาการลงทุนอาวุโสมาตั้งแต่ปี 2539เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการร่วมลงทุนและการร่วมมือ
กับหุ้นส่วนญี่ปุ่นในด้านเทคโนโลยี นอกจากการตอบข้อซักถามในแต่ละวันแล้วที่ปรึกษายังได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ
โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่บริษัทท้องถิ่นรวมทั้งบริษัทสาขาญี่ปุ่นด้วย


จากโครงการความร่วมมือด้านการลงทุนต่างประเทศของเจโทร (JETRO Overseas Investment Cooperation)
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2543 เจโทรได้เปิด ศูนย์ส่งเสริมธุรกิจในประเทศไทย (BSCT) อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2543 เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โครงการศูนย์ส่งเสริมธุรกิจในประเทศไทยได้ริเริ่มขึ้น
ตามคำแนะนำของคณะสำรวจการลงทุนในประเทศไทย นำโดยนายโนโบรุ ฮาตาเกยามา
ซึ่งเป็นประธานคณะบริหาร เจโทร สำนักงานใหญ่ และนายชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้น
โดยมีจุดประสงค์พื้นฐานเพื่อส่งเสริมการลงทุนโดยตรงและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น
เนื่องจากขนาดของกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจึงมีงบประมาณที่จำกัดและประสบความยากลำบาก
ในการได้รับข้อมูล เช่น นโยบายของรัฐบาลท้องถิ่น กฎหมายและข้อบังคับทางธุรกิจ แนวโน้มตลาดปัจจุบัน
ศูนย์ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์บริการครบวงจร (one-stop-service center) สำหรับนักลงทุนโดยตรง
จากประเทศญี่ปุ่นโดยการให้บริการที่ครบถ้วน ดังนั้น วัตถุประสงค์โดยรวมของศูนย์ฯเพื่อที่จะช่วยเพิ่มปริมาณ
การลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น

PrintReturn to PAGETOP